2007/Mar/09

แฮ่มๆๆ.....เทสต์ๆๆ โอเคๆๆๆ อิๆๆๆๆ

ไม่ได้มาอัพซะนานแสนนาน.... กะว่าจะอัพหลังสอบ แต่กาลเวลาก็เลยผ่านมาจนขนาดนี้แล้ว

ไม่ใช่ว่าไม่ว่างนะ...จริงๆอ่ะว่าง แต่พอเข้าเนตทีไรเป็นต้องเข้าบอร์ด WFL

งไม่สงสัยนะว่า WFL คือใคร....อ่ะ ไม่รู้หรอ? เหอๆๆๆ

WFL ก็คือ w-inds FLAME Lead ไง...... ช่วงนี้คลั่งมากเลยจนม่ะสนอะไรเลย

กระทั่งลุงๆที่จะมีซิ้งเกิลตอนฤดูใบไม้ผลินี้เอง(เดือนไรว้าๆๆ)

เพราะอย่างงั้น "กลับมาแล้วหรอค่ะ L'Arc" เป็นคำที่อยากจะบอกลุงๆมาก

ช่วงนี้อยากที่บอกว่าคลั่ง WFL อ่านฟิคอย่างเมามัน หนุกมากเลยนะ

ไม่แบบเจร็อคหรือจอห์นนี่เลย....คนพวกนี้เขาเกิดมาเพื่อเป็นนักแต่งฟิคจริงๆ

(ไหงฉันแต่งแทบตาย ไม่เห็นออกมาดีเท่าคนอื่นเลยให้ตายเถอะ)
ระหว่างอัพอยู่ฟังเพลง Remind ของ FLAME อยู่ หลงเสียงยูสุจิงๆเลย
เคียวเฮเสียงก็สุดแสนจะเพราะ ฉันล่ะเสียดายทอจิงๆ ตอนนี้เคียวเฮจะทำอะไรอยู่น้า~~

เอ๊ะๆๆ....นอกเรื่องรึป่าวเนี่ย ได้ข่าวว่าเป็นอย่างนั้นน่ะ...555+

ก่อนหน้านี้(ก่อนหน้าอัพบลอก)ก็อ่านฟิคอย่างมาราทอนเลยล่ะ 555 ชอบมากเลยยยยยย

โดนเฉพาะคู่ ชินยะเคตะน้อยจากลีดวงน้อยเล็กของ Pony อ๊ากกก....อ่านแล้วแทบคลั่ง

รู้สึกไหมว่า?....เอนทรีนี้ไร้สาระเสียจิง(จิงๆแล้วก็ไม่เคยมีสาระติดตัวอ่ะน่ะ)

ช่วงนี้ก็เรียนพิเศษที่วิสุทธานี(พิมพ์ถูกป่าวว่ะ)เหนื่อยแทบสายตัวจะขาด

เออๆๆ.....ได้ข่าวว่าเรียนแค่วันละวิชาเองไม่ใช่หรอ 555

แค่นี้ก็เหนื่อยแล้วจ้า ไปกลับเกือบ 4 ชม.เพื่อไปนั่งเรียนแค่ 2 ชม.ครึ่ง

อย่างว่าล่ะหว้าเพื่ออนาคตที่ดูจะไม่สดใสเสียเท่าไร(เอ้า...แช่งตัวเองอีกเว้ย)

เพื่ออนาคตที่ปะป๋ากะมาม้าใฝ่ฝัน....แล้วที่ฉันหวัง&ใฝ่ฝันล่ะ

5555.......ไปดีกว่า ไปอ่านฟิคแหละ.........

ภายในอนาคตอันยาวไกลคงจะมีฟิค WFL ให้ได้อ่านที่บลอกนี้กัน
(ได้ข่าวอีกปหละว่าYou&I ของเอนทรีเก่าๆ ยังไม่ได้อัพ part ต่อเลยนิ อิๆๆ เด่วๆๆ)

2007/Jan/26


NEWS(North East West South)<<<ผิดก็บอกเน๊เพราะอังกฤษโคตรแห่งความไม่แข็งแรง
ขออนุญาตบอกประวัติแต่ละคนสั้นๆนะจ้า เพราะด้วยความที่มีหลายคนเลยเอาลงสั้นกันนิดหนึ่งล่ะกัน...เริ่มที่คนแรก


Koyama Keiichiro - 小山 慶一郎(ชื่อนี้ไม่ค่อยแน่ใจนะ...แต่คิดว่าถูกล่ะ)
ชื่อเล่น:
เคย์จังพี่ใหญ่ที่น่ารักของพวกเรา(ของนิวส์เว้ยแกไม่เกี่ยว...แงเกี่ยวด้วยคนดิ)
วันเกิด:1984/05/01
บ้านเกิด:Tokyo
กรุ๊ปเลือด:O


Nishikido Ryo - .錦戸 亮
ชื่อเล่น: เรียวจัง,เรียวคุง
วันเกิด:1984/11/03
บ้านเกิด:Osaga
กรุ๊ปเลือด: O

Yamashita Tomohisa - 山下 智久
ชื่อเล่น: ยามะพี,พีจัง, โทโมะ
วันเกิด
:1985/04/09
บ้านเกิด: Chiba
กรุ๊ปเลือด:A

Masuda Takahisa - 増田貴久
ชื่อเล่น: มัตสึ,มัตจัง,มาสด้า
วันเกิด:1989/07/04
บ้านเกิด:Tokyo
กรุ๊ปเลือด:O

Uchi Hiroki - 博貴
ชื่อเล่น: อุจี้,จี้,ฮิโระ(ฮิโระเนี่ยโมชอบเอามาเรียกคุซะมากกว่าเน๊)
วันเกิด
:1986/09/10
บ้านเกิด:Osaga
กรุ๊ปเลือด:AB

Kato Shigeaki - 加藤成亮
ชื่อเล่น: ชิเงะ
วันเกิด
:
1987/07/11
บ้านเกิด:Osaga
กรุ๊ปเลือด:A

Tegoshi Yuya - 手越祐也
ชื่อเล่น: ยูยะ,ยูยะจัง,เทสซี่(เทสซี่เขียนถูกป่าวเนี่ย เพราะไม่ได้เรียกว่าเทสซี่เลยไม่มั่นใจ บังเอิญชอบเรียกว่าลูกสาวของปะป๋า555+)
วันเกิด:1987/11/11
บ้านเกิด:Kanagawa
กรุ๊ปเลือด:B

Kusana Hironori - 草野博紀
ชื่อเล่น: คุ,ฮิโระ(นี่ก็ลูกชายที่รักมากอีกคน ชอบเรียกคุว่าฮิโระแล้วคนก็เข้าใจผิดว่าเป็นอุจี้ซะงั้นเลย)
วันเกิด:1988/02/05
บ้านเกิด: Kanagawa
กรุ๊ปเลือด: B

อิๆๆ.....ขอลงไว้แค่นี้ก่อนดีกว่าคราวน่าจะมาลงรูปชวนจิ้นของฟิคที่เราแต่ไว้partแรกที่ลงไว้ บ๊ายบายเน๊ๆๆๆ


edit @ 2007/01/26 22:00:08
edit @ 2007/01/26 22:20:30

2007/Jan/02

คู่ประหลาด...เพื่อนชอบพูดอย่างงี้ แต่ยังไม่ได้ให้ใครอ่านสักคนเลย...อยากรู้ฝีมือตัวเองเป็นไงอ่านแล้วช่วยเม้นหน่อยเน๊

You & I part 1[YuichiXKoki]
By toki_2yu

ชีวิตไร้อิสระ...ชีวิตที่อยู่ในกรอบ ไม่สามารถจะทำอะไรได้ด้วยความคิดของตัวเอง ไม่เคยเลย เหนื่อยแล้วนะ เหนื่อยมากกับชีวิตในกรอบที่ทั้งเล็กจนน่าอึดอัด และก็ใหญ่โตกว้างขวางจนน่าเปล่าเปลี่ยวในอีกเวลา...กรอบที่ไม่มีวันแตกหัก ชีวิตที่เดิมพันด้วยชีวิต ชีวิตที่ไร้อิสระแต่ได้มาซึ่งความสุขจอมปลอม...แต่ตอนนี่มันเหนื่อยมากแล้ว กับความสุขที่ไร้ความจริง...อยากจะพัก ฉันขอภาวนา หลับตาลงแล้วลืมตาขึ้น ขอให้มีเพียงเราสอง...

เฮ้คิ...โคคิร่างขางบอบบางตะโกนเรียนชายหนุ่มวัยเดียวกันที่นั่งฟังเพลงจากเครื่องเล่นซีดีอยู่ที่โซฟา

.ไม่มีเสียงตอบกลับจากเจ้าของชื่อ เพียงแค่หันไปตามเสียงเรียกพร้อมหน้าตาที่แสดงความสงสัย?

ถึงคิวนายแล้ว...โคคิคาซึยะบอกต่อ เมื่อเห็นชายหนุ่มยังไม่รู้ว่าตนต้องทำอะไร

...อืม!ตอบสั้นๆ วางเครื่องเล่นซีดีไว้ที่โซฟาและก็ลุกเดินไป

เฮ้ย!...คราวนี้โคคิมาแปลก เป็นไรว่ะเห็นเหม่อๆเสียงแสดวงความสงสัยมาจากชายหนุ่มข้างเจ้าของชื่อที่กำลังถูกสงสัยถามขึ้น

จะไปรู้ไหม? ก็เห็นก่อนหน้านี้เมาท์แตกกับแกนี่หว่า ยูอิจิเสียงตอบกลับมาจากชายหนุ่มที่นั่งตรงข้ามเจ้าของตัวอักษร A ในชื่อวงของพวกเขา KAT-TUN

ก่อนหน้านี้น่ะใช่...ก่อนที่มัน...

จะฟังเพลงก่อนที่ยูอิจิจะตอบจบกลายเป็นเสียงของคาซึยะที่พูดแทรกขึ้นมาราวกับรู้ทัน
ถ...ถูกต้องแล้วคร๊าบ สมแล้วที่คบกับมันนานที่สุดยูอิจิไม่พูดป่าว หยิบเครื่องเล่นซีดีของแพงยี่ห้อดังของโคคิขึ้นมา เปิดเพลงแล้วเปลี่ยนเป็นโหมดลำโพง

Taitei no yatsu ha machi kirenakunatteถึงแม้ว่าจะเปิดเป็นโหมดลำโพง แต่เสียงก็ไม่ดังอะไรมากมาย มากพอแค่พวกเขาทั้ง 5 คนได้ยินเท่านั้น เพราะว่าตอนนี้อยู่ในช่วงเวลาของการถ่ายทำ PV ซิ้งเกิลตัวใหม่ของพวกเขา แต่เห็นว่าเปิดเพลงก็โดนเพ่งเล็งจากทีมงานที่อยู่ใกล้ๆแล้ว

TEPPEN ใช่ไหม?เป็นเสียงชายหนุ่มหน้าสวย ลีดเดอร์ของวงพูดขึ้นอย่างไม่แน่ใจ

ทัตจังจำได้หรอเนี่ย? หลายปีแล้วแท้ๆ ของ News น่ะ

อืม...ความหมายมันดีน่ะ จำได้อยู่แล้วล่ะ

ท่อนนี้ใครเป็นคนร้องน่ะ?จินถามขึ้นมาอย่างไม่รู้อิโหนงอิเหน

ถ้าฉันจำไม่ผิด...ท่อนของยูยะคุงน่ะ ว่าแต่ จะถามไปทำไมกันจุนโนะตอบกลับไปแต่ก็ยังสงสัยในคำถาม

ก็เพราะว่าแทร็กเนี่ยที่มันเพิ่งฟัง มันมีแค่ท่อนนี้ท่อนเดียวอ่ะดิจินไม่ว่าเปล่า เปิดเพลงในฟังกันอีกรอบ และก็มีแค่ท่อนที่ยูยะร้องจริงอย่างที่จินว่า

เป็นอะไรของเขาน่ะ?...เสียงของยูอิจิพูดขึ้นมาลอยๆอย่างสงสัยในพฤติกรรมของโคคิอย่างอดไม่ได้

ในเวลานี้ที่ในหัวของทุกคนคิดถึงเรื่องของโคคิไปเป็นช่องเป็นฉาก...ก็มีเสียงดังมาจากอีกฝั่งของ

สตูดิโอนอกสถานที่แห่งนี้ ที่กำลังถ่ายทำ PV กันอยู่ และที่โคคิเข้าฉากอยู่ จนทุกคนต้องเลียวไปมอง

ทานากะคุง เป็นอะไรรึเปล่า?เสียงจากสต๊าฟสาวคนหนึ่งถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง เมื่อต่างก็เห็นเจ้าตัวเต้นพลาดหรือไปเกี่ยวอะไรเข้าก็ไม่รู้จนล้มเอาเท้าฟาดพื้นอย่างในฉากอย่างแรง และนอนกุมข้อเท้าของตนอยู่

...ไม่เป็นไรครับ แค่เจ็บนิดหน่อยตอบกลับทันควันและก็พยายามลุกขึ้น แต่ก็ทรุดฮวบลงไปที่พื้นทันทีที่พยายามจะลุกขึ้น จนสต๊าฟผู้ชายคนอื่นๆต้องรีบวิ่งเข้ามาพยุงไว้ และพาออกไปนั่งดูอาการพร้อมๆกับ 5 หนุ่มที่เหลือวิ่งเข้ามาดูอาการของเพื่อนร่วมวง

...โอ๊ย!ตายแล้ว บวมเป่งเลย ไปสะดุดล้มมาจากที่ไหนก่อนรึเปล่า...แพทย์ประจำกองถ่ายถอดรองเท้าของชายหนุ่ม และอุทานขึ้นเมื่อเห็นข้อเท้าของคนที่ดูอาการอยู่บวมแดง จนต้องส่งสายตาคาดคั้นไป

เออ...ผมไม่แน่ใจ แต่เมื่อวานตอนเล่นบาสผมก็สะดุดล้มนิดหน่อยอ่ะครับ

แล้วเธอจะมาเล่นอะไรกันตอนนี้ล่ะเนี่ย ขนาดนี้มันไม่หน่อยแล้วนะ

เออ...ขอโทษครับ...ผมไม่ได้ตั้งใจนะเสียงอ่อยๆพร้อมกับท่าทางที่สำนึกผิดตอบกลับเสียคนฟังรู้สึกสงสาร

เฮ้อ...ฉันจะนวดข้อเท้าให้ละกัน

ขอบคุณครับ...แล้วก็ขอโทษจริงๆนะฮะ

เป็นอะไรมากรึป่าวครับ ทากาโนะซัง
ไม่เป็นอะไรมากมายหรอก คาเมานาชิคุงสัก 2 - 3 วันก็ดีขึ้นล่ะ แต่ถ้าเป็นไปได้ฉันอยากให้เธอไปห็หมอเขาตรวจจะดีกว่านะแพทย์สาวประจำกองผู้บอกทั้งๆทียังคงง่วงกับการนวดเท้าให้คนเจ็บ

ขอโทษจริงๆนะครับที่ทำให้ทุกเดือดร้อน...เจ้าตัวคนเจ็บพูดพร่ำขอโทษพร้อมๆกับที่ก้มหัวให้เสียแทบหน้าจะติดกับขา

ระหว่างที่พักก็อย่าเดินไปไหนมาไหนมากหนักล่ะ...เอ๊า!นวดเสร็จแล้ว

ฮะ...ขอบคุณมากครับ

เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นลายเซ็นต์ไปให้เจ้าลูกชายของฉันดีกว่า

ได้อยู่แล้วฮะ ถ้าทากาโนะซังอยากได้

ฉันน่ะไม่...แต่เจ้าลูกชายฉันน่ะสิ บ้าเธอขนาดหนัก

ไหงพูดอย่างนั้นล่ะฮะ...ก็ทำไงได้คนมันมีเสน่ห์นิครับ

พูดมาได้...ไม่ค่อยจะหลงตัวเองเลยนะ

เป็นไรมากไหม?โคคิคุง...เสียงของชายวัยเกือบกลางคนถามขึ้นมาจนเจ้าตัวต้องเลียวหลังไปมอง

...ไม่เท่าไรครับ...มาวะซังโคคิตอบกลับอย่างสุภาพที่แฝงไปดวยความสนิทสนมให้กับผู้กำกับของการถ่ายทำ PV ครั้งนี้

งั้นดิฉันขอตัวนะค่ะ...โคคิคุงเดี๋ยวฉันจะไปเดินเรื่องก่อนแล้วจะพาเธอไปโรงพยาบาลน่ะหญิงสาวพูดขึ้นเมื่อรู้สึกว่าตัวเองเริ่มเป็นส่วนเกินจึงขอตัวเพื่อไปทำงานของตนต่อ

ขอบคุณอีกครั้งนะฮะ...ทากาโนะซังโคคิพูดขอบคุณอีกครั้งแต่ก็ไม่ได้มีเสียงตอบกลับจากหญิงสาวมีเพียงก้ม
หัวรับคำเล็กน้อย

ไม่เป็นไรมากแน่ๆใช่ไหม...โคคิมากุวะผู้กำกับของงานฯพูดถามขึ้นอีกครั้งและเรียกกันอย่างสนิทสนมเหมือนกับครั้งแรกที่เจอแล้วนานเข้าเจ้าคนเจ็บก็บังคับให้เรียกดังที่เจ้าตัวชอบ

แน่ะสิฮะ...แล้วว่าแต่งานจะล่าช้าเพราะผมใช่ไหมนี่

ก็ใช่นะสิถามมาได้นะเจ้าตัวดี...ซนจัดไม่เข้าเรื่องเลยมากุวะพูดด้วยความหมั้นเขี้ยวพอๆกับแรงที่ขยี้เล่นบนหัวเจ้าคนเจ็บ
ขอโทษครับ...แล้วจะทำไหงฮะเนี่ย

อืมมมม...ก็คงต้องเรียกประชุมกันก่อนล่ะนะ...ยังสรุปแน่นอนไม่ได้หรอก เธอก็รู้
ผมไม่ได้ตั้งใจจริงนะฮะ...ขอโทษจริงๆครับ
ไม่เป็นไร...ถ้าเธอทำงานได้อีกเมื่อไร...จะเขี้ยวให้หนักจนเหนื่อยเลยคอยดูมากุวะพูดขึ้นมาจนคนโดนข้อครหาถึงกับแยกเขี้ยวใส่

เฮ้โคคิ เป็นไรมากเปล่าเนี่ย?...ร้อยวันพันปีฉันไม่เคยเห็นว่านายจะเต้นพลาดจนล้มขมับไปวัดพื้นหนึ่งเสียงเพื่อนสนิทจอมพูดมากอันดับหนึ่งพูดเมื่อเห็นว่ามากุวะเดินออกไปแล้ว

ไม่เป็นเฟ้ย!...แล้วทำไมอ่ะ ฉันเต้นพลาดเนี่ยมันแปลกรึไงกันฟ่ะ?โคคิโพลงขึ้นอย่างจงใจใส่คนพูดมากที่ทำยังกะไม่เคยเห็นเขาล้มเวลาเต้นผิดพลาดยังงั้นแหละ

อืม!!!...สมัครสมานสามัคคีร่วมด้วยช่วยกันตอบว่าใช่เหมือนดังที่เจ้าตัวโพลงออกมาแบบที่ขึ้นว่าไม่ใช่

เออเฮ้ย!...พวกแกท่าจะโรคจิต คนเราอ่ะมีถูกก็ต้องมีผิด มีได้ก็ต้องมีเสียดิฟ่ะ

เออ...ใช่ แต่ทฤษฎีเนี่ยใช่กับนายไม่ได้เฟ้ย

ทำไม ฉันก็คนเหมือนกันนะยูอิจิ

โคคินายพูดยังกับว่าเราเพิ่งรู้จักเรา...เกือบ 10 ปีมาเนี่ยเขาก็รู้นิสัยนายกันดี

จะพูดอะไรก็พูดมาเถอะทัตจัง...ฉันมันไม่ค่อยฉลาด

พวกเราน่าจะพูดกับนายอย่างนั้นมากกว่านะ มีปัญหาอะไรก็บอกๆมาเถอะ เป็นเพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อนกันอยู่แล้ว อย่าเอาไปเก็บไว้คนเดียว ไม่พูดพวกเราก็ไม่รู้หรอกนะ

มีปัญหา?...จินแกคิดว่าฉันมีปัญหาอะไรงั้นหรอ

โคคิ...ถ้ามันไม่ได้นายก็จะไม่ฝืนทำ นายจะค่อยๆทำไปจนสำเร็จ นายจะไม่ฝืนโดยเปล่าประโยชน์ ก็เหมือนกับเต้น ถ้านายเต้นไม่ได้นายก็จะไม่ฝืนเต้นเพราะรู้ว่าฝืนไปเดี๋ยวก็เสี่ยงเจ็บตัวแบบนี้โคคินิ่งเงียบฟังที่คาซึยะพูดและก็ไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไป

มีปัญหาอะไรก็ปรึกษากันได้ อย่าทำเป็นไม่เห็นหัวเพื่อนสิโคคิจุนโนะพูดขึ้นเหมือนกับเตือนสติของคนตรงหน้า ให้พูดปัญหาที่เจ้าตัวเก็บไว้...

บอกตรงๆนะพวกนายพูดถูก แต่มันเป็นปัญหาของฉันเอง ฉันอยากจะแก้ด้วยตัวฉันเอง...

ตามใจ...นายไม่อยากบอกพวกเราก็ไม่อยากบังคับยูอิจิบอกไปด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ ปั้นหน้างอนจนโคคินึกขำอยู่ในใจ เมื่อคนอื่นเห็นว่าพูดต่อไปเจ้าตัวก็คงไม่บอกอยู่ดีจึงแยกย้ายกันไปตามอัธยาศัยที่จะมี ก็เหลือเพียงแต่ยูอิจิที่ยังทำหน้างอนไม่เลิกอยู่ข้างๆโคคิ

ยู...นายงอนฉันใช่ไหมเนี่ย?โคคิพูดถามเสียงออดอ้อนพร้อมทั้งเอื้อมมือไปจับข้อมือของร่างสูงกระตุกๆเป็นนัยให้ร่างสูงเดินเข้ามาหาใกล้ๆ

เปล่า!....ปากเจ้าตัวบอกว่าเปล่า แต่ไอ้ท่าทางที่ยังปั้นหน้างอนไม่เลิกเนี่ยมันหมายความว่ายังไง...จนโคคิรู้สึกว่าตัวเองหมดความอดทนที่จะกลั้นหัวเราะอีกครั้ง

555!!...ยู แต่ก่อนนายเป็นยังไง เดี๋ยวนี้ก็ยังไม่เคยเปลี่ยนเลย...555

อะไร!...อะไรล่ะที่นายว่ายังไม่เปลี่ยน

ยังนิสัยเหมือนเด็กไม่เคยเปลี่ยนนะสิ....555

แล้วทำไม...เหมือนเด็กแล้วมันไม่ดีตรงไหนล่ะเจ้าคนที่โดนว่าเป็นเด็ก ถึงกับถลึงตามองถามเป็นนัย

เปล่า...ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรเลย แค่จะบอกว่ายังนิสัยเหมือนเด็ก แล้วมันน่ารักไม่เปลี่ยนคนร้อนตัวได้ฟังแล้วยิ่งร้อนตัวหนัก ร้อนจัดจนแก้มแดงปริ๊ดไปถึงหู
มะ...ไม่ต้อง...มาพูดมากเลยนะยิ่งพูดเหมือนยิ่งยุ เมื่อร่างสูงพูดไปแทนที่ร่างตรงหน้าจะเงียบแต่ยิ่งหัวเราะหนักเข้าไปใหญ่
หะ...หัวเราะอะไรกันหนักหนาน่ะ...

ก็นายเขินจนแก้มแดงเลยน่ะสิ...

ไม่ต้องมายุ่งน่ะ...โว้ยๆๆ คนเขาก็เขินเป็นกันหมดล่ะน่า

ยูอิจิจ้า!!....

อะไร!...จะให้ช่วยอะไรละสิ เรียกซะออดอ้อนขนาดนั้นน่ะ

แหมมม!...เก่งจังรู้ด้วยว่าฉันคิดอะไรอยู่คนชมพูดพร้อมปรบมือดังเปราะแปะอย่างทึ่งๆในความรู้มากของร่างสูง

เออ...ก็นายมันดูง่าย เขารู้ไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว จะให้ทำอะไร...

ขี่หลังหน่อยร่างสูงได้ฟังถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

ทำไมฉันต้องมาเป็นเพื่อนไอ้บ้าเนี่ยด้วยเนี่ยยูอิจิคิดอยู่ในใจ

จะไปไหน?...

ที่โซฟาไง...นายจะให้ฉันไปไหนกันน่ะ ขาเจ็บอย่างเงี่ยจะไปไหนได้ แค่ยืนก็แทบจะไม่อยู่แล้วนะ ไม่รู้ว่าไปล้มอีท่าไหนมันถึงได้เจ็บขนาดนี้ก็ไม่รู้ ฉันนะ.....

รู้แล้วๆๆ...อย่าบ่นเป็นผึ้งกินรังแตนได้ไหม!ยูอิจิพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่โคคิมันจะบ่นไปถึงไหนต่อไหนโดยที่เขาอาจจะไม่ได้ทำงานเลยก็ได้ ร่างสูงจัดแจงให้ตัวเองได้นั่งหยองๆกับที่พื้นเพื่อให้ร่างของโคคิเพื่อนตัวแสบขี่หลังได้อย่างสะดวกสบาย

ร่างสูงของยูอิจิที่ตอนนี้บนหลังของเขามีเพื่อนตัวแสบอยู่ ไม่ว่าจะเดินผ่านไปไหนก็จะได้ยินเสียงหัวเราะจากคนรอบข้าง สต๊าฟและทีมงานที่ได้เห็นพวกเขาเล่น ทะเลาะและเถียงกันแบบเด็กๆ

เฮ้ยๆๆๆ!!!...โคคิๆๆๆ อย่ามาเล่นหัวฉันนะเฟ้ย...ยูอิจิโวยเมื่อรู้สึกได้ว่าโคคิเอามือจับหัวของตนเพื่อเป็นที่ยึดอยู่แล้วยังเอาคางมาเกยเสียอีก

ทำไม??...สูงส่งมากจนแตะไม่ได้เลยหรือไง

ไม่ใช่เว้ย!!...เดี๋ยวเสียทรงหมด

หรอแล้วไงล่ะ...แต่ฉันก็ต้องหาที่ยึดเดี๋ยวตกหัวโหม่งพื้นว่าไงล่ะ

โธ่ๆๆๆ!!...ฉันขี้เกียจนั่งให้เขาเซตใหม่นิ

แล้วไง!!...ทีแต่ก่อนนายกับไอ้จินชอบเล่นตีหัวคนยังกะกลอง รั่วซะ...มันมือดีไหมล่ะ?

เอ่อ!!...ขอโทษได้รึเปล่าล่ะ แต่ตอนนู้นก็ตอนนู้น ตอนนี้ก็ตอนนี้นิ ผ่านมา 4,5 ปีแล้ว อย่าเก็บมาจำได้เปล่า

ไม่ได้เฟ้ย!!...ไม่ยกโทษให้เว้ย หลายปีแล้วไง...ความแค้นมันฝังกันลึกว่ะเจ้าตัวพูดขึ้นพลางขยี้หัวของยูอิจิอย่างหมั่นเขี้ยว

เฮ้ยๆๆๆ!!...ขอโทษๆๆพอได้แล้วโคคิ

ขอโทษทีพูดอะไรอ่ะไม่ได้ยินเลย หะ...อะไรนะ

ไอ้เจ้านี้นิ...มันแกล้งกันนี้หว่า...

ห่ะ...อะไรน่ะ ใครแกล้งนายน่ะ
เดี๋ยวก็เอาคืนมั่งหรอก...
ไม่ได้หรอกนะยูอิจิคุง...ไม่อย่างงั้นจะโดนว่าๆแกล้งคนป่วยนะครับโคคิดัดเสียงพูดเลียนแบบคุณครูที่กำลังสอนเด็กไม่ดีที่ชอบแกล้งคนอื่น

คงไม่เป็นไรหรอกมั่ง...เพราะไม่มีคนป่วยที่ไหนเขาปากมากขี้แกล้งคนอย่างนี่หรอกครับครูโคคิ

ถึงเขาจะแกล้งคนอื่นไว้...แต่เราก็ไม่ควรไปแกล้งเขากลับนะครับยูอิจิคุง

หรอครับครูโคคิ...แต่ผมว่ามันถือเป็นการป้องกันตัวนะครับ

ไม่ใช่หรอกครับยูอิจิคุง...อย่างงั้นเขาเรียกว่าแค้นต้องชำระนะครับ

ก็จริงอย่างที่เขาพูดนะครับว่า แค้นนี้ต้องชำระนะครูโคคิ

ไม่ได้หรอกครับ ไม่ยังงั้นเขาจะมีสุภาษิตที่ว่าเวรต้องระงับด้วยการไม่จองเวรไว้ทำไมล่ะยูอิจิคุง

หรอครับ...อย่างงี้แม้แต่ป้องกันตัวเองก็ผิดนะสิ...

ก็ผิดนะสิเจ้าเด็กมากเรื่อง...โคคิพูดพลางขยี้ผมของร่างสูงเล่นอีกครั้ง อย่างหมั่นเขี้ยวในความกระแดกอยากรู้อยากถามเป็นเด็กๆ ทั้งที่ตัวเองอ่ะแก่

โปรดระวังๆ!!...กำลังจะเกิดแผ่นดินไหวแล้วครับ...ยูอิจิพูดขึ้นเมื่อเดินมาถึงโซฟาตัวใหญ่ที่พวกเขานั่งกันอยู่ จึงจัดแจงโยนร่างที่อยู่บนหลังของตนลงไปอย่างระวังที่จะกลัวตกลงสู่พื้นจนกระทบกระทั่งเข้าไปที่แผล แล้วรีเข้าไปจี้ซ้ำอย่างที่ร่างตรงหน้าบ้าตาม เหมือนเล่นมวยปล้ำยังไงยังงั้น เมื่อยูอิจิมั่วแต่จี้เข้าที่ทุกๆส่วนที่เขาคิดว่าโคคิจะบ้าจี้ และโคคิที่คอยบัดมือของยูอิจิพลางดิ้นไปดิ้นมาส่งเสียงหัวเราะและร้องห้ามไปตามๆกัน

อะแฮ่มๆๆ...กรุณาดูสถานที่หน่อยเว้ย...มาทำงานไม่ใช่มาเล่นร่างเล็กของคนที่ขึ้นชื่อว่าสวย&โหดประจำวงพูดขึ้นมาพร้อมๆกับสายตาของเพื่อนๆที่โคคิและยูอิจิเพิ่งสังเกตเห็นเพราะมั่วแต่เล่นกันอยู่ ส่งผลให้ร่างสูงดีดตัวขึ้นมาจากโซฟาเต็มความสูงทันที แล้วบังเอิญตอนที่ลุกขึ้นมาเข่าที่ยันกับโซฟาอยู่นั้นไปโดนแผลที่ข้อเท้าของโคคิเข้าให้เต็มรัก ทำเอาชายหนุ่มเพื่อนสนิทกัดฟันส่งเสียงร้องอย่างแผ่วเบาพลางกุมข้อเท้าของตนอย่างสุดกำลัง

เฮ้ย!!...ขอโทษคิ เป็นไรมากไหมอ่ะ?ร่างสูงถามขึ้นมาอย่างลุกลี้ลุกลนด้วยความเป็นห่วง

เจ็บอ่ะดิไอ้บ้า...เอาเข่ามาทับได้ ไม่ดูตาม้าตาเรือ โอ๊ยยยยยย.....

ฉันว่าให้ทากาโนะซังพาไปหาหมอเลยดีกว่าไหม....โคคิ?ยูอิจินั่งหยองๆถามอยู่ที่ข้างโซฟา

จะบ้าเหรอไง....คนเขาก็ยุ่งด้วยกันทั้งนั้นล่ะน่า แค่นี้ก็รบกวนกันจะแย่อยู่ด้วยน่ะ

แต่ฉันว่าน่าจะไปซะตอนนี้เลยจะดีกว่านะโคคิ...นายดูไม่ค่อยดี

อย่ามาบ้าดิ ฉันก็เป็นฉันปกติดีน่า ไม่ต้องมาบ้าห่วงไม่เข้าเรื่องกันหรอกน่า

ก็มั่วแต่เถียงกันอยู่นั้นแหละ....นายก็พาไปเลยซะ ก็สิ้นเรื่องยูอิจิกลับเป็นเสียงของลีดเดอร์ของวงพูดขึ้นมา

ไม่ต้องหรอกทัตจัง ทากาโนะซังบอกแล้วว่าจะพาไปหาเองน่ะ

ไปได้ด้วยหรอทัตจัง?....

ทำไมจะไม่ได้ล่ะยู โคคิมาเจ็บเอาซะแบบนี้คิดว่าจะได้ทำต่อหรอ นอกเสียจากรอเวลาประชุมน่ะ

งั้นฉันพาไปเองน่ะ....ฝากบบอกทากาโนะซังด้วยล่ะ ขอบใจ

เฮ้ยๆๆๆ....ไม่ต้องยู พอเลยๆ เดี๋ยวทากาโนะซังก็มาด้วยน่ะ

เออ...ไม่ทันกินหรอก เร็วๆดิร่างสูงพูดพร้อมๆกับที่นั่งหยองๆกับพื้นเพื่อให้โคคิขึ้นมาขี่หลังได้ง่ายขึ้น

จะดีหร๊ออออ....ยู เสียมารยาทเขาน่ะเว้ย

เออ....เรื่องคอขาดบาดตาย ชักแม่น้ำทั้ง 5 อธิบายไปมั่วเดี๋ยวก็รู้เรื่อง.....ไปแล้วนะอย่าลืมอ้างให้ด้วยล่ะยูอิจิพูดจบก็เดินออกไปพร้อมกลับที่หลังมีโคคิอยู่

คิดไหม?...ว่าโคคิมันเปลี่ยนไปน่ะจุนโนะที่ยืนเท้าเอวมอง 2 คนที่ออกไปถามขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่ด้วยความอยากรู้ความคิดเห็นจากเพื่อน

อืม!!...นิสัยอย่างล่ะที่มองเห็นกับแบบจะๆน่ะทัตสึยะพูดขึ้นมาต่อความจากที่จุนโนะถามไว้อย่างไม่รีรอให้อีกฝ่ายต้องคอยเนิ่นนาน

ไอ้ความไม่ยอมใครมันหายไปไหนน้า ~ ~ ฉันล่ะอยากจะรู้นัก?จินพูดพร่ำบ่นขึ้นมาต่อ พร้อมๆบหันหน้าไปทางร่างบางเป็นเชิงถามเจ้าตัวไม่พ้นไอ้ความอยากจะรู้อีกคนหนึ่ง

ถามฉันแล้วฉันจะไปรู้ไหมล่ะ ทำไมไม่ยอมไปถามเจ้าตัวกันเองนะ....แล้วก็ยูอิจิต่างหากที่สนิทด้วยที่สุดไม่ใช่ฉัน

ก็เพื่อว่านายจะรู้นี้น่าคาเมะ....แต่ถ้ารู้แล้วไม่บอกระวังจะถูกลงโทษนะครับคาเมะจัง

หึ้ยๆๆ....อย่าส่งเสียงอุบาวศ์อย่างนั้นออกมาจากปากนายอีกนะจิน ฉันขนลุก

อย่างงั้นก็ต้องทนกันหน่อยนะคืนนี้ จะให้พูดให้ฟังจนกว่านายจะชอบทั้งคืนเลยคอยดูแล้ว 2 คนนั้นก็ต้อล้อต่อเถียงกันยังไม่ยอมหยุดจนอีก 2 คนที่เหลืออย่างทัตสึยะแล้วจุนโนะฟังยังระอากับความเป็นเด็กแบบไม่เลือกอีกคู่หนึ่ง

ฉันคิดว่าเรา 2 คนน่าจะไปทำอาชีพพี่เลี้ยงเด็กมากกว่ามาเป็นนักร้องนะว่าไหม?...ทัตจัง

ฉันล่ะเห็นด้วยเต็มชีวิตเลยจุนโนะ....เพราะที่นี้น่ะมีเด็กให้ดูแลตั้ง 5 คน...เนอะ!!!พูดเสร็จก็เดินออกไปจากตรงนั้นปล่อยให้จุนโนะเอออ่อตามเอง

ใช่ๆๆๆ....เอ๊ะ!! นี่นายหมายถึงฉันด้วยเหรอทัตจัง? เฮ้ยๆๆ....มาอธิบายให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้เลยนะ ทัตสึยะ.....

EnD ParT~1~
เป็นยังไงกันบ้าง...มือใหม่จริงเน๊


edit @ 2007/01/02 22:24:18